เทนนิส (Tennis) กติกา วิธีเล่น แทงออนไลน์

เทนนิส (Tennis)

          เทนนิส เป็นกีฬาที่รู้จักกันทั่วโลก เป็นกีฬาสากลที่มีผู้ติดตามรับชมเป็นอันดับต้นๆ ของโลก รายการแข่งเทนนิส ที่ใหญ่ที่สุดเป็น วิมเบิลดัน เป็นเทนนิสรายการแกรนด์สแลม ที่แข่งกันทุกปีที่ประเทศอังกฤษ    

          เทนนิสได้รับความนิยมมากอยู่ช่วงหนึ่งในประเทศไทย เนื่องจากมีนักเทนนิสชาวไทยไปสร้างชื่อและทำอันดับโลกได้ดี ในรายการแข่งขันเทนนิสระดับโลก ทั้งชายและหญิง คือ  ‘ภราดร ศรีชาพันธุ์’ และ ‘แทมมารีน ธนสุกาญจน์’

ประวัติของกีฬาเทนนิส

          เทนนิส มีต้นกำเนิดที่สหราชอาณาจักร หรือ เกาะอังกฤษ โดยเป็นกีฬาที่เล่นกันในหมู่ชนชั้นสูง จากนั้นก็ได้รับความนิยมไปยังประเทศหลายประเทศ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นประเทศที่มีภาษาหลักเป็นภาษาอังกฤษ

          ในปี ค.ศ. 1926 ได้จัดให้มีทัวนาเมนต์การแข่งขันเทนนิสอย่างเป็นทางการขึ้น เมื่อมีกระแสตอบรับที่ดี เทนนิสจึงได้ถูกนำเข้าไปเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ และหลังจากนั้นก็เป็นกีฬาหลักสากลที่มีแข่งในกีฬาโอลิมปิกทุกครั้ง และเป็นกีฬาที่รู้จักกันทุกประเทศ

กติกาการเล่นเทนนิส

การเสิร์ฟ

          การเสิร์ฟผู้เล่นต้องเสิร์ฟให้ทะแยงมุมกับจุดที่ยืนเสิร์ฟ โดยจะมีเส้นเสิร์ฟ สองเส้น คือ เส้นเสิร์ฟหลัก ที่เป็นเส้นแนวนอนที่อยู่ห่างจากตาข่าย 6.4 เมตร ผู้เล่นต้องยืนอยู่หลังเส้นขณะที่เสิร์ฟ และ เส้นเสิร์ฟกลาง เป็นเส้นแนวตั้งที่แบ่งคอร์ทสนามเป็นฝั่งซ้ายและขวา

การนับคะแนน

          ในการแข่งขันเทนนิสจะแข่งกันแบบ 2 ใน 3 เซ็ต ในการแข่งประเภทผู้หญิง และเล่นกัน 3 ใน 5 เซ็ต ในการแข่งประเภทผู้ชาย ในการแข่งขัน 1 เซ็ต ผู้เล่นที่ทำได้ 6 เกม ก่อน จะเป็นผู้ชนะในเซ็ตนั้น

         ในเกมเทนนิสจะมีการนับคะแนนที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เมื่อผู้เล่นทำคะแนนได้จะมีการนับ 15->30->40->Game เทียบได้กับการทำคะแนน  1->2->3->ได้เกมนั้น แต่ถ้าผู้เล่นเสมอกันที่ 40-40 (หรือ 3-3 ในเกมนั้น) ผู้เล่นจะต้องเล่นแบบ ดิวซ์ (deuce)คือต้องทำคะแนนห่าง 2 คะแนน เมื่อสกอร์อยู่ที่ 40-40 ผู้เล่นที่ทำคะแนนได้ก่อนจะเป็นผู้ได้เปรียบ(Advantage) สกอร์คะแนนจะขึ้นว่า Adv-40(คนเสิร์ฟได้เปรียบ) หรือ 40-Adv (คนรับลูกเสิร์ฟได้เปรียบ) เมื่อผู้เล่นที่ได้เปรียบทำคะแนนได้อีกครั้ง จะเป็นคนชนะในเกมนั้น แต่ถ้าผู้เล่นที่เสียเปรียบ ทำคะแนนกลับได้ จะกลับมาดิวซ์ที่สกอร์ 40-40 อีกครั้ง ในการแข่งขันเทนนิส จึงมีให้เห็นกันบ่อยๆ ที่ผู้เล่นปิดเกมไม่ได้เล่นดิวซ์ต่อเกมค่อยข้างนาน เนื่องจากฝีมือของผู้เล่นทั้งสองคนใกล้เคียงกัน

          และในการแข่ง 1 เซ็ต ผู้เล่นที่ทำได้ 6 เกมก่อน จะเป็นผู้ชนะในเซ็ตนั้นไป แต่ถ้าผู้เล่นเสมอกันที่ 5-5 เกม ในเซ็ตนั้นต้องชนะกันที่ 7-5 เกม หรือถ้าผู้เล่นเสมอกันที่ 6-6 เกม จะต้องตัดสินกันหาผู้ชนะในเซ็ตนั้นด้วยการเล่น “ไทเบรก” (tie break)

          การเล่น ไทเบรก เทียบได้กับการเล่น 1 เกม แต่จะมีการนับคะแนนแบบธรรมดา คือ 1 ถึง 7 ผู้เล่นที่ทำได้ 7 คะแนนก่อนจะได้เซ็ตไป ไทเบรกจะใช้เสิร์ฟในรูปแบบ A1-B2-A2-B1 เปลี่ยนแดน B1-A2-A2-B1 (A1-B2-A2-B1 คือจำนวนการเสิร์ฟ ตามนี้ A1=ผู้เล่นAเสิร์ฟ2ครั้ง, B2=ผู้เล่นBเสิร์ฟ2ครั้ง ) แต่ถ้าผู้เล่นยังเสมอกันอีกที่ 6-6 ในการเล่นไทเบรกอีก ต้องเล่นต่อไปตามรูปแบบเดิม จนกว่าจะมีผู้ที่ทำคะแนนห่างได้ถึง 2 คะแนน เช่น 8-6, 7-9, 12-10 จนกว่าจะได้ผู้ชนะ และเมื่อจบเซ็ตจะขึ้นสกอร์ว่าผู้เล่นชนะด้วยสกอร์  7-6 Game

อุปกรณ์การเล่นเทนนิส

 ไม้เทนนิส หรือ แร็กเกต (Racquet) 

          ส่วนล่างจะมีด้ามจับและส่วนบนจะเอ็นขึงที่ต้องได้ตามมาตรฐานเอาไว้รับลูก โดยปกตินักเทนนิสจะจะนำไม้เทนนิสเข้ามาใช้เองในการแข่งขันและจะเลือกใช้แร็กเกต แบบที่ตัวเองถนัดและเข้ามือที่สุด

 ลูกเทนนิส 

          ในระดับแข่งขันจะใช้ลูกเทนนิสใหม่ทั้งหมดในการเล่น โดยฝ่ายที่จัดการแข่งขันต้องเตรียมเอาไว้ให้พร้อม ปกติในการแข่ง จะเปลี่ยนลูกเทนนิสใหม่ทั้งหมดในเกมที่ 7 หรือ 9 ของการแข่งขัน เพราะลูกเทนนิสที่ใช้เล่นมาถึงช่วงเวลาหนึ่งจะสึกหรอ ทำให้การเล่นหรือการเสิร์ฟทำได้ไม่เต็มที่