ปิงปอง (TABLE TENNIS) กีฬาที่เล่นสนุก ทำเงินได้จริง

ปิงปอง (TABLE TENNIS)

          เทเบิลเทนนิส หรือ ปิงปอง เป็นกีฬที่ผู้เล่นยืนกันคนละด้านของโต๊ะ เพื่อตีลูกโต้กันไปมาข้ามเน็ตที่กลางโต๊ะ ที่มีของชื่อปิงปอง มาจากการแปลงเสียงที่ผู้เล่นตีโต้กัน เกิดเป็นเสียง “ปิ๊ก-ป๊อก ปิ๊ก-ป๊อก” ในการเล่น ผู้เล่นต้องปล่อยให้ลูกปิงปองกระดอนตกพื้นโต๊ะฝั่งตัวเอง 1 ครั้ง แล้วให้ตีโต้ข้ามตาข่ายกลางโต๊ะให้เด้งไปกระทบกับพื้นโต๊ะฝั่งตรงข้าม ถ้าตีพลาดลูกปิงปองไม่ลงโต๊ะฝั่งตรงข้ามจะนับเป็นการตีเสีย ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนไปในการตีครั้งนั้น  ปิงปองเป็นกีฬาที่รับ-โต้กับอย่างรวดเร็ว ผู้เล่นที่มีความเร็วและมีความสามารถในการตีลูกให้ฝ่ายตรงข้ามรับยาก จะเป็นฝ่ายได้เปรียบ

          ปิงปอง เป็นที่นิยมมากในแถบเอเชียตะวันออก รวมไปถึงประเทศไทยด้วย ปิงปองหรือเทเบิ้ลเทนนิสมีอยู่ในหลักสูตรการเรียนการสอนในระดับมัธยมต้น และ เล่นกันทั่วไป

ประวัติของกีฬาปิงปอง

          ปิงปอง หรือ เทเบิ้ลเทนนิส มีจุดเริ่มต้นมาจากอังกฤษ และได้รับความนิยมในหลายประเทศในทวีปยุโรปในเวลาต่อมา เป็นกีฬาที่มีอายุมากกว่า 100 ปี โดยการเล่นตอนแรกๆ ผู้เล่นจะใช้ไม้หุ้มด้วยหนังสัตว์ในการเล่น ส่วนลูกทำจากพลาสติกชนิดหนึ่ง ต่อมาปิงปองได้มีการเปลี่ยนไม้ที่ใช้เล่นจากหนังสัตว์เป็นหนังเทียม

          ในปี ค.ศ. 1922 มีบริษัทกีฬาแห่งหนึ่งได้นำชื่อ “ปิงปอง” ไปจดทะเบียนการค้า ทำให้ปิงปองต้องเปลี่ยนไปใช่้ชื่อ เทเบิ้ลเทนนิส (TABLE TENNIS) และมีการก่อตั้งสหพันธ์เทเบิ้ลเทนนิสนานาชาติขึ้นในปีเดียวกัน  และได้จัดให้มีการแข่งขันเทเบิ้ลเทนนิสโลกขึ้น จนทำให้ปิงปองหรือเทเบิ้ลเทนนิสได้รับความนิยมจากยุโรปไปสู่ทวีปเอเชีย

          ในช่วงแรกญี่ปุ่นเป็นผู้นำในกีฬาปิงปองก่อนใคร เพราะได้มีการพัฒนาไม้ปิงปองให้ผู้เล่นใช้เล่นได้ดีขึ้น ต่อมาเป็นประเทศจีนที่ศึกษาการเล่นของญี่ปุ่นและต่อยอดจนเอาชนะญี่ปุ่นได้และแย่งอันดับ 1 ของโลกในกีฬาปิงปองได้จนถึงปัจจุบัน

ประวัติกีฬาปิงปองในไทย

          ราวๆ ปี พ.ศ. 2500 ได้มีการก่อตั้งสมาคมเทเบิ้ลเทนนิสแห่งประเทศไทยขึ้น และปิงปองได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง มีการเล่นกันทั้งในโรงเรียนและสถานที่ทั่วไป ต่อมาได้จัดให้มีการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทาน และได้นำกีฬาปิงปองบรรจุลงในหลักสูตรการเรียนวิชาพละในระดับมัธยมต้น ปัจจุบันปิงปองเป็นกีฬาสันทนาการที่เล่นกันเพื่อการพักผ่อน

อุปกรณ์การเล่นปิงปอง

  • โต๊ะปิงปอง
    โต๊ะปิงปองตามที่กำหนดต้องมีขนาด 2.74 x1.525 เมตร โต๊ะมีความสูงจากพื้น 76 เซนติเมตร พื้นโต๊ะเป็นสีฟ้าหรือสีเขียว กลางโต๊ะจะมีตาข่ายกั้นกลาง และมีความสูง 15.25 เซนติเมตร
  • ลูกปิงปอง
    ลูกปิงปองต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 40 มิลลิเมตรและมีน้ำหนักประมาณ 2.7 กรัม ทำด้วยเซลลูลอยด์หรือวัสดุอื่นที่ใกล้เคียงก็ได้ ลูกปิงปองที่นิยมใช้ในการเล่นและการแข่งขันจะเป็นสีขาวและสีส้ม
  • ไม้ปิงปอง
    ไม้ปิงปองโดยปกติทั้งสองด้านจะมีหน้ายางเป็นสีแดงหรือดำเท่านั้น ส่วนรูปทรงตามกติกาของปิงปองไม่ได้กำหนดไว้ แต่ไม้ปิงปองมักจะถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นจับได้ถนัดมือที่สุด เท่าที่จะทำได้

กติกาการเสิร์ฟและรับลูกปิงปอง

          การเสิร์ฟ : ผู้เล่นต้องโยนลูกปิงปองให้ลอยอยู่เหนือมืออย่างน้อย 16 เซนติเมตร  โดยผู้เสิร์ฟจะตีลูกออกไปได้ก็ต่อเมื่อลูกลอยขึ้นไปถึงจุดสูงสุดแล้วเท่านั้น และในขณะที่เสิร์ฟ ห้ามไม่ให้มีร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งบังลูกปิงปอง เพื่อให้ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามมองเห็นการเคลื่อนไหวของลูกได้ชัดเจน

          การรับ : ผู้เล่นจะตีลูกกลับไปได้ต่อเมื่อลูกกระดอนพื้นโต๊ะฝั่งตัวเองก่อน 1 ครั้ง และในขณะที่ตีโต้กันไปมา ห้ามไม่ให้มีร่างกายส่วนใดส่วนหนึ่งสัมผัสโดนโต๊ะ ถ้าโดนจะนับเป็นการฟาวล์ฝ่ายตรงข้ามจะได้คะแนนในการเล่นครั้งนั้นทันที

การนับคะแนนของกีฬาปิงปอง

          โดยทั่วไปในการแข่งขัน ปิงปอง จะเล่นกัน 2 ใน 3 เกม (ใครได้ 2 เกมก่อนชนะไปในคู่นั้น) ในแต่ละเกม ผู้เล่นที่ทำคะแนนได้ถึง 11 คะแนนก่อนจะได้เกมนั้นไป ถ้าคะแนนเสมอกันที่ 10:10  ตามกติกาจะต้องแข่งต่อจนกว่าจะมีผู้ที่ทำคะแนนห่างได้ถึง 2 คะแนน ที่เรียกว่า ดิวซ์(deuce) เช่น 12:10, 17:19   การนับคะแนนจะนับทุกคะแนนที่มีฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดตีพลาดหรือมีการฟาวล์